สวัสดีเพื่อนสมาชิกชาวหมู่บ้านปริญลักษณ์ ไลท์ ทุกท่าน ก่อนอื่นต้องขอแสดงความยินดีที่พวกเราได้มีโอกาสร่วมเป็นสมาชิกหมู่บ้านปริญลักษณ์ ไลท์ ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่สร้างขึ้นตาม พ.ร.บ.จัดสรรที่ดิน พ.ศ. ๒๕๔๓ ที่ให้ความคุ้มครองและแก้ไขอุปสรรคของผู้ซื้อที่ดินได้ดีกว่ากฎหมายจัดสรรที่ดินฉบับเดิม ตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่๒๘๖ ลงวันที่ ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๑๕
ด้วยผลของกฎหมายจัดสรรที่ดินฉบับใหม่นี่เอง จึงทําให้ผู้ซื้อที่ดินอย่างเรา ๆ ท่าน ๆ ไม่พบอุปสรรคอย่างหมู่บ้านรุ่นก่อน ๆ ที่เคยประสบกันมา เช่น การทําสัญญาที่ไม่เป็นธรรม สัญญาจะซื้อจะขายที่ดินไม่เป็นไปตามแบบที่กฎหมายกําหนด การโอนที่ดินให้แก่ผู้ซื้อโดยไม่ปลอดบุริมสิทธิ์หรือภาระจํานอง ไม่มีผู้รับผิดชอบในการบํารุงรักษาสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะ ผู้จัดสรรที่ดินไม่ยอมจดทะเบียนสาธารณูโภคให้ตกเป็นภาระจํายอมแก่ที่ดินที่จัดสรร เป็นต้น
เพื่อนสมาชิกที่ย้ายเข้ามาอยู่ในปริญลักษณ์ ไลท์ ส่วนใหญ่ก็กว่าหนึ่งปีแล้ว พวกเราเพิ่งจะได้ทํากิจกรรมร่วมกันเป็นครั้งแรก ในวันทําพิธีตั้งศาลท้าวมหาพรหม และศาลพระภูมิเจ้าที่ เมื่อวันที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๕๒ ที่ผ่านมานี่เอง ทําให้สมาชิกบางท่านไม่ได้รับทราบข้อมูล ความเคลื่อนไหวของเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านของเรา ผู้เขียนจึงขอถือวิสาสะสร้าง Blog นี้ขึ้นเพื่อเป็นสื่อกลางในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร แลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเรื่องต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องที่เกี่ยวกับการจัดระเบียบ การบํารุงรักษาทรัพย์สาธารณูปโภคและบริการสาธารณะในหมู่บ้านของเรา ถึงแม้ว่าปัจจุบันบริษัท ปริญสิริ จํากัด (มหาชน) จะเป็นผู้ บํารุงรักษาทรัพย์สาธารณูปโภคและให้บริการสาธารณะก็ตาม พวกเราในฐานะผู้ซื้อที่ดินจัดสรร ตามกฎหมายต้องถือว่าพวกเราทุกคนได้ร่วมกันเป็นเจ้าของหมู่บ้านตัวจริงแล้ว บริษัท ฯ ขายที่ดินให้แก่พวกเราแล้ว ย่อมไม่ใช่เจ้าของหมู่บ้านอีกต่อไป เพียงแต่ พ.ร.บ.จัดสรรที่ดิน มาตรา ๔๔ บัญญัติว่า "ผู้จัดสรรที่ดินจะพ้นจากหน้าที่บํารุงรักษาสาธารณูปโภคตามมาตรา ๔๓ เมื่อได้ดําเนินการอย่างหนึ่งอย่างใด ภายหลังจากครบกําหนดระยะเวลาที่ผู้จัดสรรที่ดินรับผิดชอบการบํารุงรักษาสาธารณูปโภคตามมาตรา ๒๓ (๕) แล้วตามลําดับดังต่อไปนี้
(๑) ผู้ซื้อที่ดินจัดสรรจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรตามพระราชบัญญัตินี้หรือนิติบุคคลตามกฎหมายอื่นเพื่อรับโอนทรัพย์สินดังกล่าวไปจัดการและดูแลบํารุงรักษาภายในเวลาที่ผู้จัดสรรที่ดินกําหนด ซึ่งต้องไม่น้อยกว่า ๑๘๐ วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากผู้จัดสรรที่ดิน
(๒) ผู้จัดสรรที่ดินได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการให้ดําเนินการอย่างหนึ่งอย่างใด เพื่อการบํารุงรักษาสาธารณูปโภค
(๓) ผู้จัดสรรที่ดินจดทะเบียนโอนทรัพย์สินดังกล่าวให้เป็นสาธารณะประโยชน์
การดําเนินการตาม (๑) และ (๒) ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการจัดสรรที่ดินกลางกําหนด ทั้งนี้ โดยต้องกําหนดให้ผู้จัดสรรที่ดินรับผิดชอบจํานวนเงินค่าบํารุงรักษาสาธารณูปโภคส่วนหนึ่งด้วย
จากบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าว เห็นได้ว่า ในเวลาอันใกล้นี้ หมู่บ้านของเราคงจะยกฐานะขึ้นเป็นนิติบุคคลเพื่อรับโอนทรัพย์สินสาธารณูปโภคจากบริษัทฯ มาจัดการและดูแล บํารุงรักษา ซึ่งเป็นหน้าที่ของสมาชิกทุกท่านที่จะต้องช่วยกัน ทําให้หมู่บ้านของเราเป็นระเบียบเรียบร้อย น่าอยู่อาศัย มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพยืสิน
หากพวกเราทําได้ตามเจตนารมณ์ของกฎหมายและวัตถุประสงค์ของนิติบุคคลแล้ว เชื่อว่า หมู่บ้านปริญลักษณ์ ไลท์ (วงแหวนสาทร) ของพวกเราจะมีสง่าราศรี สะอาดร่มรื่น มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน น่าอยู่อาศัย เมื่อนั้น ราคาบ้านและที่ดินของท่านก็จะมีราคาสูงขึ้นไปด้วย แต่ในทางกลับกัน หากพวกเราคิดว่า ธุระไม่ใช่ตัวใครตัวมัน ไม่มีใครยอมเสียสละ ช่วยกันดูแลรักษาทรัพย์สินสาธารณูปโภค หรือไม่จ่ายค่าใช้จ่ายสาธารณะส่วนกลาง ปล่อยให้หมู่บ้านทรุดโทรม สกปรก รกรุงรัง ขโมย ขโจร เต็มบ้าน เมื่อนั้น บ้านของเราจะได้ราคาเท่าใด ก็คิดกันเอาเอง
ที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเพียงข้อคิดเห็นเท่านั้น แต่ที่แน่ ๆ เวลานี้ สมาชิกของเราที่อาศัยอยู่ปากซอย ๑๑ ได้รับความเดือดร้อนจากภัยโจรกรรมแล้ว ต้องสูญเสียทรัพย์สินมีค่าไปหลายรายการ ทั้ง ๆ ที่หมู่บ้านของเราเป็นหมู่บ้านปิด รั้วรอบขอบชิด ไม่อนุญาตให้บุคคลภายนอก เข้า-ออก ได้ตามอําเภอใจ มีทาง เข้า-ออก หมู่บ้านเพียงทางเดียวหน้าหมู่บ้าน มี ร.ป.ภ. ดูแลรักษาความปลอดภัยตลอด ๒๔ ชั่วโมง พร้อมกล้องวงจรปิด CCTV ที่ทันสมัยที่สุดในเอเซียอาคาเนย์
ความจริงแล้วหมู่บ้านของเรา ภาพโดยรวมตามที่กล่าวมาข้างต้นก็ดูปลอดภัยดี ทั้งชีวิตและทรัพย์สิน อยู่อาศัยกันมาก็กว่าปีแล้วทั้งนั้น ไม่เคยปรากฏว่ามีสมาชิกท่านใดถูกโจรกรรมทรัพย์สินแม้แต่ชิ้นเดียว ยกเว้น เมื่อปีที่แล้ว บ้านปากซอย ๘ ถูกโจรกรรมทรัพย์สินไปกว่าสองหมื่นบาท ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนั้น พุ่งเป้าไปที่พวกช่างที่มาทําการต่อเติมบ้านใกล้เคียง
แต่เหตุการณ์ครั้งนี้ มันแตกต่างจากเมื่อปีที่แล้ว คือ
๑. ปัจจุบันไม่มีช่างภายนอกเข้ามาทํางานแล้ว
๒.บ้านที่ถูกโจรกรรม ช่างสีของบริษัท ปริญสิริ จํากัด (มหาชน) กําลังเข้าทําการซ่อมแซมทาสีใหม่
๓. ทรัพย์สินถูกโจรกรรมเป็นเวลากลางวัน ซึ่งช่างทาสีกําลังปฏิบัติงานอยู่
๔.ก่อนช่างจะเข้าทําการทาสี ทางบริษัทฯจะแจ้งให้เจ้าของบ้านทราบล่วงหน้า พร้อมทั้งบอกกล่าวว่า วันนี้อย่าใส่กุญแจประตูใหญ่หน้าบ้านนะครับ จะมีช่างสีเข้ามาทาสี ,บางบ้านก็บอกล่าวว่า วันนี้อย่าใส่กุญแจประตูใหญ่หน้าบ้านนะครับ ช่างจะมาถอดเสาธงออก ซึ่งคําเหล่านี้ เชื่อว่าสมาชิกทุกท่านคงคุ้นหูดี
๕.ในวันที่เกิดเหตุ กล้องวงจรปิด CCTV ที่ทันสมัยที่สุดในเอเซียอาคาเนย์ ร.ป.ภ.ไม่ได้ทําการบันทึกเทปเอาไว้
๖.ช่วงเกิดเหตุ ร.ป.ภ. หายไปหนึ่งนาย เจ้าหน้าที่ตํารวจสอบถามแล้ว ให้การวกวน ครั้งแรกอ้างว่า ในช่วงเวลาดังกล่าว ไปซื้อบัตรเติมเงินโทรศัพท์ที่ เซเว่นฯ ปากซอย ตํารวจตามไปขอดูเทปบันทึกภาพที่ เซเว่นฯ ไม่พบ ร.ป.ภ.มาซื้อบัตรเติมเงินตามที่อ้าง
จากเหตุผลที่กล่าวมาทั้งหมด หากท่านเป็นสมาชิกผู้เคราะห์ร้าย ท่านคิดว่า ใครเป็นผู้โจรกรรม และใครจะต้องเป้นผุ้รับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหาย
เพื่อประโยชน์แห่งรูปคดี ขอทุกท่านได้โปรดใช้วิจารณญาณในการแสดงความคิดเห็นด้วย
ขอบคุณทุกท่านที่เยี่ยมชม Web Blog ของเรา
ขอแสดงความนับถือ
นิยม วิทยะวาณิชกุล
สมาชิกซอย ๑ เลขที่ ๒๑/๑๗-๑๘